ไทยไตรปิฎก | ดอกไม้แห่งชีวิต
133
archive,paged,category,category-133,paged-2,category-paged-2,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-theme-ver-10.1.1,wpb-js-composer js-comp-ver-4.12,vc_responsive

ดอกไม้แห่งชีวิต

ในโลกนี้มีสิ่งที่ชวนให้น่าหลงใหลอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของ หรือสิ่งอื่นใด และเมื่อบุคคลใดเกิดความหลงใหลในสิ่งนั้นแล้ว ก็จะเกิดความทุกข์เพราะสิ่งนั้น หลงใหลมากก็ทุกข์มาก หลงใหลน้อยก็ทุกข์น้อย และหากไม่หลงใหลเลยความทุกข์ก็จะไม่มี. ความหลงใหลคือความรู้สึกที่ ชอบ รัก คิดถึง อยากอยู่ใกล้เข้าใกล้ อยากได้มาเป็นของตน และเมื่อไม่ได้สมความปรารถนาจึงเกิดทุกข์. หลักธรรมที่สกัดกั้นความหลงใหลในสิ่งต่างๆให้หมดไปหรือให้น้อยลงไปก็คือให้มีความสงบใจ มีสติยับยั้งใจ และระลึกถึงข้อธรรมะข้อที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ยกเว้นอะไรเลย ล้วนตกอยู่ในลักษณะ ๓ ประการ คือ มีความไม่เที่ยงแท้แน่นอน เปลี่ยนแปลงเรื่อยไปตลอดเวลา และในที่สุดก็ไม่มีใครสามารถบังคับให้เป็นไปตามที่ต้องการได้. พระพุทธองค์ตรัสสอน และเรียกลักษณะทั้ง ๓ นี้ว่า ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ รวมทั้งตัวเราเองด้วย ก็อยู่ภายใต้กฏธรรมชาตินี้ และสิ่งที่หลงใหลนั้น ก็ตกอยู่ภายใต้กฏธรรมชาตินี้เหมือนกัน. จาก หนังสือดอกไม้แห่งชีวิต โดย อาจิต โตเกียรติรุ่งเรือง...

พระพุทธองค์ตรัสเป็นใจความสำคัญว่า "ลูกที่จะตอบแทนคุณของพ่อแม่นั้น ทำได้ยาก แม้ลูกจะมีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปี แล้วให้แม่นั่งอยู่บนบ่าข้างหนึ่ง และให้พ่อนั่งอยู่บนบ่าอีกข้างหนึ่งของตน แล้วปรนนิบัติท่านทั้งสองด้วยการบีบนวด อาบน้ำ และแม้ให้ท่านทั้งสองถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองนั่นเอง การกระทำเช่นนี้ก็ยังไม่ชื่อว่าได้ตอบแทนคุณของพ่อแม่แล้ว และแม้ที่สุดลูกจะสถาปนาให้พ่อแม่เป็นใหญ่ในแผ่นดินก็ตาม ก็ยังไม่ชื่อว่าได้ตอบแทนคุณ เพราะเหตุว่าพ่อแม่นั้นมีอุปการะมาก เลี้ยงดู และแสดงโลกนี้แก่ลูกทั้งหลาย ส่วนลูกคนใด ที่ทำให้พ่อแม่ผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีศีล ไม่มีทาน ไม่มีปัญญา ให้มาเป็นผู้มีศรัทธา มีศีล มีทาน มีปัญญา เช่นนี้แล้ว ลูกผู้นั้นจึงจะได้ชื่อว่าได้ตอบแทนคุณของพ่อแม่" จาก หนังสือดอกไม้แห่งชีวิต โดย อาจิต โตเกียรติรุ่งเรือง...